แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนกรีต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนกรีต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2557

ความเสียหายบนผิวคอนกรีต(ต่อ)

ผิวหน้าพองปูด (Blistering)

ที่มา:http://www.nrc-cnrc.gc.ca/ctu-sc/files/images/ctu-sc/ctu59/fig2-e.jpg

ผิวหน้าของคอนกรีตพองปูด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรขึ้นไป ถึงหลายๆ เซนติเมตร ส่วนที่พองปูดสามารถกดให้แตกได้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการแต่งผิวหน้าคอนกรีตก่อนกำหนด ทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตถูกปิดก่อนที่อากาศและน้ำจะหนีออกไปได้หมด สำหรับสาเหตุและวิธีแก้ไข ดังนี้
สาเหตุ
ใส่สารทำให้เกิดฟองอากาศมากจนเกินไปทำให้อากาศส่วนเกินที่สะสมบนผิวหน้าสกัดกั้นมิให้น้ำในคอนกรีตระเหยออกไปได้ โดยในการแก้ไขให้ปรับปริมาณสารที่ทำให้เกิดฟองอากาศให้เหมาะสม อีกสาเหตุหนึ่งของผิวหน้าพองปูด คือ ปริมาณของทรายไม่พอเหมาะ โดยเฉพาะขนาดที่ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 30 และเบอร์ 50 และอกสาเหตุหนึ่ง มีการแต่งผิวหน้าคอนกรีตก่อนเวลาอันควร ซึ่งการแต่งผิวหน้าคอนกรีตเมื่อมีคราบน้ำบยผิวหน้าคอนกรีตหายไปจนหมด

วิธีการป้องกัน
                 1. ควรใช้ความระมัดระวังในการแต่งผิวหน้าคอนกรีตเพิ่มมากขึ้น เพราะบางครั้งผิวหน้าของคอนกรีตอาจดูเหมือนพร้อมสำหรับการแต่งผิวหน้าได้ก่อนเวลาปกติที่สามารถทำได้ อีกทั้งไม่ควรปาดหน้าคอนกรีตซ้ำไปซ้ำมาจนมอร์ต้าลอยขึ้นมาอยู่บริเวณผิวหน้ามากเกินไป
                 2. ในสภาวะอากาศที่มีอัตราการระเหยสูงถ้ายังไม่สามารถแต่งผิวหน้าคอนกรีตได้ภายหลังจากที่เทคอนกรีตเสร็จแล้ว ให้คลุมผิวหน้าด้วยพลาสติกหรือวัสดุกันน้ำอื่นๆ ไว้ในช่วงระหว่างที่รอ เพื่อป้องกันน้ำที่ผิวหน้าระเหยออกเร็วเกินไป โดยเหลือเปิดไว้เฉพาะส่วนที่คาดว่ายังเกิดการเยิ้มอยู่
                 3. ในการปาดผิวหน้าให้เรียบด้วยแปรงปาด ควรเลือกใช้ใบปาดที่มีความเรียบไม่ขรุขะ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายน้ำหนักที่ไม่เท่ากันลงบนผิวหน้าคอนกรีต
                4. ใช้น้ำยาเร่งการก่อตัวหรือใช้คอนกรีตที่มีความร้อนสูงกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเกิดผิวหน้าคอนกรีตปูดพองเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น
                5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้คอนกรีตที่ผสมสารกักกระจายฟองอากาศในการเทพื้นภายในอาคาร และไม่ควรใช้เกรียงเหล็กในการแต่งผิวหน้าของคอนกรีตที่ผสมสารกักกระจายฟองอากาศ
                6. ในขณะการแต่งผิวหน้าคอนกรีตถ้าเกิดการปูดพองขึ้นให้พยายามใช้เกรียงขัดซ้ำบริเวณที่เกิดให้เรียบหรือใช้เกรียงฉีกรอยที่ปูดออกแล้วขัดซ้ำด้วยเกรียงที่ทำจากไม้ รวมทั้งยืดเวลาการแต่งผิวหน้าให้นานออกไป
                 7. ในการเทคอนกรีตในสภาวะที่มีอัตราการระเหยสูงควรจะต้องมีการป้องกัน โดยการทำที่กั้นลม (wind breaks) เพื่อไม่ให้ลมสัมผัสกับผิวหน้าคอนกรีตโดยตรง รวมทั้งทำการฉีดพ่นน้ำให้เป็นละอองฝอยทันทีหลังการแต่งผิวหน้าเสร็จและคลุมด้วยกระสอบเปียกหรือใช้แผ่นพลาสติกคลุมทันทีที่ทำได้ 

ที่มา:http://www.cpacacademy.com/index.php?tpid=0119

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ความเสียหายบนผิวคอนกรีต(ต่อ)

ผิวหน้าคอนกรีตเป็นโพรงแบบรังผึ้ง (Honeycombed surface)


                    ผิวหน้าของคอนกรีตที่เป็นโพรงคล้ายรังผึ้งระหว่างก้อนของหิน โดยมากจะเกิดบนผิวหน้าของคอนกรีตที่เทโดยมีแบบปิด เช่น ด้านข้างของคาน เสา หรือผนัง สำหรับสาเหตุและวิธีแก้ไขได้
สาเหตุและวิธีแก้ไข
  • ส่วนผสมของคอนกรีตมีทรายน้อยเกินไปไม่เพียงพอไปอุดตามช่องว่าง
              - ปรับปริมาณทรายในส่วนผสมของคอนกรีตให้เหมาะสม
  • ค่าการยุบตัวของคอนกรีตไม่เหมาะสมกับงาน เช่น การเทคอนกรีตในแบบแคบๆ ถ้าค่าการยุบตัวสูงก็จะทำให้หินไปกองรวมกันได้ แต่ถ้าค่าการยุบตัวต่ำก็จะทำให้เนื้อคอนกรีตแน่นได้ยาก
              -ปรับค่าการยุบตัวของคอนกรีตให้เหมาะสมกับงาน และปฏิบัติงานให้ถูกวิธี เช่น คอนกรีตที่ต้องเทสูงๆ ควรใช้ท่อส่งคอนกรีตให้ถึงจุดที่เท เป็นต้น
  • ทำคอนกรีตให้แน่นได้ไม่ดีพอ
              -ใช้เครื่องสั่นหรือเขย่าคอนกรีตช่วย และควรเทคอนกรีตแต่ละชั้นให้สูงเกินกว่า 60 เซนติเมตร
  • ใช้เวลาผสมคอนกรีตน้อยเกินไป
              -ใช้เวลาผสมคอนกรีตให้นานขึ้นเพื่อให้วัสดุผสมกระจายตัวดีขึ้น
  • เหล็กเสริมชิดแบบเกินไปหรือหินที่ใช้มีขนาดโตเกินไป
             -ให้ตรวจสอบและหนุนเหล็กเสริมให้ห่างจากแบบตามกำหนดและใช้หินที่ไม่โตเกินขนาด
  • แบบแตกหรือรั่ว ทำให้ส่วนละเอียดไหลออกไปได้
            - ตรวจสอบแบบก่อนเทคอนกรีตและอุดรูรั่วทั้งหมด

หมายเหตุ : ผิวหน้าที่เป็นโพรงซึ่งไม่ถึงขึ้นเป็นอันตรายต่อโครงสร้าง สามารถซ่อมแซมได้ด้วยการสกัดให้ลึกอย่างน้อย 2.5 เซนติเมตร     จากนั้นทำความสะอาดฉีดน้ำให้ชุ่มแล้วใช้ส่วนผสมของปูนซีเมนต์ 1 ส่วนต่อทรายที่ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 4 21/2 ถึง 3 ส่วน อุดปิดรอย และหลังจากอุดปิดแล้วจะต้องให้ความชุ่มชื้นติดต่อกันอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hbaan.com/blokco.html

ข้อมูลส่วนหนึ่งจากหนังสือเทคนิคงานปูน-คอนกรีต

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความเสียหายบนผิวคอนกรีต(ต่อ)

ผิวหน้าร่อนเป็นแผ่น (scaling) ของคอนกรีต

ที่มา :http://www.cpacacademy.com/
ผิวหน้าของคอนกรีตซึ่งโดยทั่วไปจะหนาประมาณ 2 ถึง 6 มิลลิเมตร หลุดร่อนออกมาจากเนื้อคอนกรีตเมื่อกระทบสภาวะผิดปกติ สำหรับสาเหตุและวิธีแก้ได้
สาเหตุ
  • คอนกรีตมีคุณภาพต่ำ (สัดส่วนระหว่างปูนซีเมนต์ ทราย หิน และน้ำไม่ถูกต้อง)
  • แต่งผิวหน้าคอนกรีตก่อนเวลาอันควรทำให้เกิดการดึงส่วนละเอียดลอยขึ้นสู่ผิวหน้า
  • ทรายที่ใช้มีส่วนละเอียดมากเกินไป (ส่วนละเอียดที่ผ่านตะแกรงร่อนเบอร์ 100 และเบอร์ 200)
วิธีแก้ไข
  • ปรับส่วนผสมของคอนกรีตให้ถูกต้อง
  • ควรเริ่มแต่งผิวหน้าคอนกรีตเมื่อคราบน้ำบนผิวหน้าคอนกรีตหายไปจนหมดแล้ว
  • ขจัดส่วนที่ละเอียดเกินไปออก ด้วยการล้างหินและทรายก่อนนำมาใช้
            ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเทคนิคการก่อสร้าง ซึ่งงานสร้างบ้านจะออกมาดีเท่าใดจะขึ้นอยู๋กับผู้รับเหมา และวัสดุที่นำมาก่อสร้างบ้าน ซึ่งหากเจ้าของมีความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้านจะอาจจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้  
            วัสดุที่นำมาก่อสร้างบ้านจึงเป็นอีกปัญจัยหนึ่งที่จะส่งผลต่อโครงสร้างบ้าน จึงขอแนะนำอิฐมวลเบา BlokCo ซึ่งจะสามารถลดปัญหาได้มากเช่น  ปัญหายผนังร้าว ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นต้น ดังนี้อิฐมวลเบา BlokCo จึงเป็นวัสดุก่อสร้างที่เป็นตัวเลือกให้คุณในการก่อสร้างบ้านเพื่อให้บ้านมีความมั่นคงแข็งแรง และมีความสวย ซึงอิฐมวลมวล BlokCo ยังช่วยให้ช่างผู้ทำงานทำงานได้เร็วขึ้ เพราะอิฐมวลเบา มีขนาดที่เท่ากัน ตัดตกแต่งง่าย โดยสามารถสั่งซื้ออิฐมวล บล๊อคโค่ได้ที่โรงงานผลิต ที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ เทคนิคปูน-คอนกรีต