แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิฐมวลเบา อุบลราชธานี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิฐมวลเบา อุบลราชธานี แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความเสียหายบนผิวคอนกรีต(ต่อ)

ความเสียหายที่ปรากฏบนผิวหน้าคอนกรีตอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ความเสียหายเหล่านี้อาจเป็นผลมาจากการทำงานที่ขาดความระมัดระวัง การใช้วัสดุที่ไม่เหมาะสม การใช้ส่วนผสมที่ไม่ถูกต้อง หรือการเทและบ่มคอนกรีตที่ไม่ถูกวิธี จริงอยู่ สิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะซ่อมแซมได้ก็ตาม แต่ก็ทำให้เกิดความยุ่งยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและถึงแม้ว่าจะซ่อมแซมดีเพียงใดก็ตาม ย่อมไม่อาจทำให้มีคุณภาพดีเท่ากับคอนกรีตที่ไม่ต้องซ่อมได้ สิ่งเหล่านี้สามารถควบคุมมิให้เกิดขึ้นได้ ถ้าเพิ่มความเอาใชใส่ทั้งก่อนและขณะปฏิบัติงาน สำหรับลักษณะความเสียหายที่พบเห็นกันโดยทั่วไป ได้แก่ ผิวหน้าแตกเป็นฝุ่น ผิวหน้าร่อนเป็นแผ่น ผิวหน้าเป็นโพรงแบบรังผึ้ง ผิวหน้าพองปูด มีชั้นส่วนละเอียดบนผิวหน้าคอนกรีตโพรงอากาศ แนวหรือรอยทราย และรอยปะทุ
          ผิวหน้าแตกเป็นฝุ่น (dusting)
ผิวหน้าของคอนกรีตโดยเฉพาะบนพื้นคอนกรีต มีคอนกรีตซึ่งมีความแข็งน้อยกว่าเนื้อในเคลือบอยู่บางๆ ทำให้ความต้านทานต่อการขัดสีดำ ดังนั้น เมื่อถูกขัดสีก็จะกลายเป็นฝุ่นไปในที่สุด สำหรับสาเหตุและวิธีแก้ไขได้ถูกแสดงไว้ดังนี้


ข้อสังเกต: แบบไม้หรือไม้อัดที่ใช้ครั้งแรก ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตแตกเป็นฝุ่นได้เช่นกัน จากการทดสอบพบว่าเฮมิเซลลูโลส (Hemicellulose) ในเนื้อไม้มีผลต่อการก่อตัวของปูนซีเมนต์ ดังนั้น เมื่อใช้ไม้เป็นแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม้ยังแห้งไม่สนิทก็ควรใช้น้ำมันทาเคลือบผิวหน้า แต่อย่างไรก็ตาม สมาคมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า การใช้น้ำมันทางแบบมากเกินไปก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตแตกเป็นฝุ่นได้เช่นกัน เนื่องจากน้ำมันจะจับฝุ่นสะสมเป็นชั้นบางๆ บนผิวหน้าของแบบ ทำให้คอนกรีตที่ติดกับแบบไม่ก่อตัวตามปกติ และเมื่อถึงกำหนดเวลาถอดแบบแล้ว คอนกรีตที่ติดกันกับแบบก็ยังไม่แข็งตัว จึงกลายเป็นฝุ่นไปในที่สุด สำหรับการแก้ไขก็สามารถกระทำโดยไม่ใช้น้ำมันทาแบบมากจนเกินไป หรือเช็ดล้างน้ำมันส่วนเกินออก การใช้ไม้อัดเป็นครั้งแรก นอกจากจะทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตแตกเป็นฝุ่นแล้ว บางครั้งก็จะทำให้ผิวหน้าของคอนกรีตเป็นสีชมพูหรือสีแดง ซึ่งเข้าใจอาจเกิดจากสารบางชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตไม้อัดสิ่งเหล่านี้ล้างออกยากแต่จะจางหายไปเองภายใน 2-3 วัน หรือบางครั้งหลายสัปดาห์ก็เป็นได้

จะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้หากเราเลือกวัสดุที่มีคุณภาพในการสร้างบ้าน ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งขอแนะนำอิฐมวลเบา BlokCo (อิฐมวลเบา บล็อคโค่) ที่มีตุณสมบัติพิเศษสามารถป้องกันความร้อนได้ดีบ้านเย็น เป็นเป็นวัสดุที่มีวัตถุดิบคล้ายกันกับปูนซีเมนต์ จำให้เกิดปัญหาน้อยมากในการก่อฉาบ และสามารถลดการแตกร้าวของผนังบ้าน โดยมีโรงานผลิตที่ จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือเทคนิคงานปูน คอนกรีต

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผนังบ้าน

ความเสียหายของการก่อผนังบ้านมักเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ว่าจะได้พยายามทำให้ดีที่สุดแล้วก็ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นแม้บางครั้งอาจไม่ทำให้เกิดอันตรายขึ้นก็ตาม แต่ก็อาจมีผลทำให้คอนกรีตที่หล่อขาดความสวยงามและความเชื่อถือขึ้นได้เช่นกัน ปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายนี้ อาจเกิดจากความพบพร่องของผู้ออกแบบก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากทางผู้ก่อสร้าง ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการขาดการควบคุมงานที่ดี มีการใช้วัสดุที่ไม่เหมาะ อัตราส่วนผสมไม่ถูกต้อง ดังนั้น ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดโดยไม่เกิดความบกพร่องแล้ว ปัญหาดังกล่าวนี้ก็จะลดลงหรือหมดไปได้เช่นกัน ซึ่งรอยร้าวบนคอนกรีต หรือผนังบ้าน จะสามารถแบ่งได้ดังนี้
 รอยร้าวที่เกิดขึ้นก่อนผนังบ้านจะแข็งตัว
                 รอยร้าวเกิดจากการทรุดตัวของพื้นที่รองรับ (form or subgrade movement)

                รอยร้าวชนิดนี้ สาเหตุอาจเนื่องมาจากความชื้นซึ่งจะทำให้พองตัว หรือแบบอาจไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของอิฐก่อและปูนได้ อย่างไรก็ตาม การที่วัสดุยึดตรึงแบบ ไม่ว่าจะเป็นตะปูหรือนอตถ้าเกิดการหลุดหลวม ก็อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบบขยับตัวได้เช่นกัน  รอยร้าวที่เกิดขึ้นจากสาเหตุดังกล่าวนี้จะมีรูปร่างไม่แน่นอน การควบคุมเพื่อมิให้เกิดรอยร้าวสามารถที่จะกระทำได้ด้วยการตรวจความแน่นของพื้นที่รองรับ               
                  รอยร้าวเกิดจากการทรุดหรือจมตัวของวัสดุผสมหยาบในเนื้อคอนกรีต (settlement)

                รอยร้าวชนิดนี้ สาเหตุเกิดจากส่วนผสมของปูนฉาบเหลวเกินไป ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ผสมปูน วัสดุผสมจำพวกหิน และทรายก็ยังจมลงสู่เบื้องล่างเรื่อยๆ ถ้ามีวัสดุขวางกั้นอยู่ เช่น เหล็กเสริม ท่อสายไฟ หรือท่อน้ำ ส่วนที่จมตัวจะทรุดตัวอยู่รอบๆ วัสดุนั้น ทำให้เกิดรอยร้าวบนผิวหน้าคอนกรีตตามแนวของวัสดุนั้นๆ สาเหตุดังกล่าวนี้สามารถควบคุมได้ด้วยการลดปริมาณน้ำในส่วนผสมลง และใช้ หิน ทรายที่มีขนาดลดหลั่นที่ได้ส่วนกัน
                  รอยร้าวเกิดจากการหดตัวของปูนในขณะก่อตัว (plastic shrinkage)

                รอยร้าวชนิดนี้ สาเหตุเกิดจากอัตราการระเหยตัวของน้ำสูงกว่าปริมาณน้ำที่ถูกขับออกจากปูน ในขณะก่อตัว เนื่องจากสภาพของดินฟ้าอากาศและอุณหภูมิของคอนกรีตเองรอยร้าวชนิดนี้พบมากที่สุดบนพื้นคอนกรีต ลักษณะการร้าวส่วนใหญ่จะร้าวเป็นเส้นตรงหรือเป็นรูปตีนกา มักจะเกิดภายในกรอบของพื้น แต่ก็มีบ้างที่ร้าวไปจนถึงขอบเลยก็มี รอยร้าวชนิดนี้จะลึกมากบางกรณีอาจร้าวตลอดความหนาของพื้นคอนกรีต
รอยร้าวชนิดนี้ถึงแม้จะไม่เป็นอันตรายต่อโครงสร้าง แต่ก็จะทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิมได้ เนื่องจากรอยร้าวดังกล่าว จะเป็นช่องทองให้น้ำและอากาศเข้าไปทำอันตรายต่อเหล็กเสริมภายในเนื้อของคอนกรีตได้ การควบคุมสามารถที่จะกระทำได้ ด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ไม้แบบ พื้นที่รองรับวัสดุผสม นอกจากนั้น การทำแผงกันลม กันแดด การรีบแต่งหน้าคอนกรีต และการรีบบ่มคอนกรีตโดยเร็ว ก็สามารถช่วยขจัดการแตกร้าวลงได้ การหลีกเลี่ยงที่จะเทคอนกรีตในขณะอากาศร้อนหรือลมแรง ก็สามารถที่จะช่วยลดการแตกร้าวได้ด้วยเช่นกัน รอยร้าวถ้าพบก่อนที่คอนกรีตจะแข็งตัวก็อาจแก้ไขได้ด้วยการเขย่าคอนกรีตอีกครั้งหนึ่ง หรือแก้โดยการแต่งผิวหน้าของคอนกรีต ด้วยวิธีคลุกเคล้า คอนกรีตเข้าหากันเพื่อปิดรอยร้าว
อิฐมวลเบา BlokCo

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผนังบ้านที่ได้กล่าวเบื้องต้นนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหลายปัจจัยที่มีความซับซ้อน ดังนั้นเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นจึงขอแนะนำอิฐมวลเบา BlokCo ซึ่งจะสามารถลดการแตกร้าวของผนังบ้านได้เป็นอย่างดี เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตมีความใกล้เคียงกับปูนที่ใช้ในการก่อฉาบ จึงทำให้อิฐมวลเบาที่ใช้ก่อเป็นเนื้อเดียวกันกับปูนก่อฉาบ  นอกจากนี้อิฐมวลเบา BlokCo  ยังช่วยให้บ้านเย็นขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของอิฐมวลเบา BlokCo ซึ่งมีโรงงานผลิต ที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ มีบริการจัดส่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก  หนังสือเทคนิคงานปูน-คอนกรีต

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

การใช้งานอิฐมวลเบา กับการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ

วิธีการติดตั้งคานทับหลังสำเร็จรูป (Lintel)  
   สำหรับผนังอิฐมวลเบาที่มีความหนา 10 ซม.ขึ้นไปนั้น สามารถใช้ทับหลังสำเร็จรูป แทนการหล่อทับหลัง ค.ส.ล.ได้ โดยวางทับหลังสำเร็จรูปลงบนตัวก้อนอิฐมวลเบาทั้งสองด้าน (ไม่ให้น้ำหนักถ่ายลงบนวงกบโดยตรง) โดยต้องมีระยะนั่งของบ่าทั้งสองด้านเพียงพอ ตามตาราง ทั้งนี้ขนาดมาตรฐานของคานทับหลังสำเร็จรูป มีความยาวตั้งแต่ 1.20 ม. จนถึง 3.60 ม. ทุกๆ ช่วง 0.30 ม. ความหนา 10, 12.5 และ 20 ซม.
การฝังท่อร้อยสายไฟหรือท่อประปา
1. กำหนดแนวที่ต้องการฝังท่อ โดยใช้ดินสอขีดทำเครื่องหมายลงบนผนังอิฐมวลเบา หรือใช้เต้าตีเส้น โดยมีขนาดทีใกล้เคียงกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ
2. ใช้มอเตอร์เจียรที่เป็นใบพัดแบบตัดคอนกรีต ตัดตามแนวที่กำหนดไว้ ให้มีความลึกเท่ากับขนาดท่อ โดยความลึกสูงสุดไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของความหนาของตัวก้อน
3. ใช้สิ่วตอกเพื่อแซะเนื้อของตัวก้อนอิฐมวลเบาออกตามแนวที่ได้เจียรไว้ แล้วใช้เหล็กขูดเซาะร่องขูดเก็บส่วนที่ยังมีเศษติดค้างอยู่ให้เรียบร้อย พร้อมที่จะใส่ท่อร้อยสายไฟ หรือท่อประปา

ข้อแนะนำในการเจาะและยึดแขวนวัสดุ
หลังจากทำการฉาบผนังอิฐมวลเบาเรียบร้อยแล้ว หากต้องการตอกตะปูเพื่อใช้ในการยึดแขวนวัสดุหรือของใช้ต่างๆ ให้ฝังในพุกไนล่อนหรือพุกเหล็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดตะปูให้แน่นได้เป็นอย่างดี แสดงรูปร่างของพุกไนล่อน UX แสดงรูปร่างของพุกไนล่อน SX แสดงรูปร่างของพุกเหล็ก FMD
ขั้นตอนการเจาะยึดแขวนวัสดุ
ขั้นตอนที่ 1
     แบบติดตายตัว กำหนดความสูงของชั้นวางบนสุดก่อนโดยทั่วระยะจากพื้น ทำเครื่องหมายที่รูของขาฉากให้ขาด้านยาวเป็นด้านที่ติดผนัง และขาด้านสั้นรองรับแผ่นชั้น แล้วใช้สว่านเจาะเพื่อยึดด้วยสกรูโดยพยายามหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่เป็นผนังโปร่งไม่มีโครงยึด
ขั้นตอนที่ 2
     ถ้าติดตั้งชั้นวางเข้ากับผนังยิปซั่มหรือผนังปูน จะต้องใช้พุกที่เหมาะสมกับชนิดผนังเช่น ผนัง ยิปซั่มใช้พุกแบบมีปีก ผนังปูนใช้พุกพลาสติกหรือโลหะก็ได้ควรติดตั้งขาฉากของชั้นวางห่างกันไม่เกิน 2 ฟุต ซึ่งแล้วแต่น้ำหนักของสิ่งของแต่สjวนปลายของแผ่นชั้น แต่ละข้างไม่ควรยื่นออกจากขาฉากเกิน 1 ฟุต
ขั้นตอนที่ 3
    ใช้ระดับน้ำทาบวัดระยะให้ขาฉากอีกอันได้แนวเดียวกันทำเครื่องหมายไว้แล้วจึงเจาะใส่สกรู
ขั้นตอนที่ 4
     แบบปรับระดับได้ กำหนดตำแหน่งที่จะติดตั้งรางเหล็กสำหรับปรับระดับทำเครื่องหมายที่จะเจาะรู เจาะเข้าผนังด้วยสว่านไฟฟ้า ล้วฝังพุกแล้วจึงยึดรางด้วยสกูร

ขั้นตอนที่ 5
     ใช้ระดับน้ำวางทาบบนปลายของรางเหล็กอันแรก เพื่อวัดระยะติดตั้งรางเหล็กอันที่ 2เมื่อได้ระดับ แล้วจึงทำเครื่องหมายไว



            จากวิธีการดังกล่าวเมื่อนำอิฐมวลเบา BlokCoไปใช้งานจริงที่เหมาะกับคุณสมบัติของอิฐมวลเบา BlokCo ของเราแล้วพร้อมทั้งข้อแนะนำวิธีต่างๆเพื่อให้คงทน มีความแข็งแรงมากขึ้น ท่านที่กำลังคิดจะก่อสร้างสิ่งต่างๆ พร้อมกับคำแนะนำดีๆ ท่านสามารถติดต่อสั่งซื้ออิฐมวลเบา BlokCoได้ที่โรงงานผลิตของเราที่จังหวัดอุบลราชธานี และ จังหวัดศรีสะเกษ มีบริการส่งถึงที่ พร้อมขายที่ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง







วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

การสร้างรั้วบ้าน

การสร้างรั้วบ้าน เป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งที่เจ้าของบ้านควรคำนึงถึง เพราะรั้วบ้านเป็นเหมือนสิ่งแรกที่ผู้คนมองเห็น และหากเลือกการสร้างรั้วบ้านที่ผิดพลาดก็อาจจะทำให้บ้านดูไม่สวยงาม หรือเป็นอุปสรรคต่อกา­­­­­รก่อสร้าง ดังนั้นการสร้างรั้วบ้านควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

อย่าสร้างรั้วก่อนสร้างบ้าน

การสร้างรั้วก่อนการสร้างบ้าน มีข้อเสียอยู่หลายประการดังนี้
1. การขนย้ายวัสดุอุปกรณ์รวมถึงรถที่จะเข้ามาทำงานในที่ดินไม่สะดวก เช่น ช่องประตู อาจจะไม่กว้างพอสำหรับรถแทรกเตอร์หรือรถตักดิน วงเลี้ยวของรถที่ขอเสาเข็มอาจจะไม่พอ จนก่อความเสียหายให้กับรั้วบ้านได
2. รั้วบ้านอาจจะพังก่อน เนื่องจากโครงสร้างใต้ดินของรั้วบ้านกับตัวบ้านแตกต่างกัน การตอกเสาเข็มสาหรับรั้วบ้านไม่ลึกเท่ากับของตัวบ้าน ดังนั้น เวลาที่ตอกเสาเข็มของตัวบ้าน ทำให้โครงสร้างเสาเข็มของรั้วสะเทือน หรืออาจจะพังลงมาก่อนบ้านจะสร้างเสร็จก็เป็นได้
การวางแนวรั้วหน้าบ้านกับรั้วข้างบ้าน แตกต่างกันอย่างไร
โดยทั่วไปรั้วข้างบ้านจะวางอยู่ในแนวกึ่งกลางระหว่างที่ดินของเรากับของเพื่อนบ้าน โดยใช้แนวแบ่งเขตที่ดินเป็นเกณฑ์ ทำให้รั้วนั้นอยู่ในเขตเราครึ่งหนึ่งและอยู่ในเขตเพื่อนบ้านอีกครั้งหนึ่ง (ในกรณีนี้อาจจะแบ่งกันจ่ายค่าก่อสร้างรั้วกันคนละครึ่ง) ส่วนรั้วหน้าบ้านมักจะติดกับทางสาธารณะ การวางแนวรั้วต้องวางให้ขอบรั้วด้านนอกอยู่ในเขตที่ดินของเรา โดยห้ามไม่ให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งปลูกสร้างล้าเข้าไปในที่สาธารณะเด็ดขาด
-รั้วบ้านด้านในควรเดินขอบปูนโดยรอบ
ในกรณีที่รั้วบ้านด้านในอยู่ติดกับพื้นที่ที่เป็นสนามหญ้า หรือสวนการเดินขอบปูนอยู่ติดกับโครงสร้างรั้วโดยยกขอบพื้นให้ถอยจากริมสนามหญ้า ประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อให้เครื่องตัดหญ้าสามารถเข้าไปถึงขอบด้านในสุดของสนาม ทำให้สนามหญ้าเรียบร้อยขึ้น
-รั้วที่มีความยาวมาก ๆ ควรขยายขนาดฐานรากในทุก ๆ ช่วง 6-8 เมตร
สำหรับรั้วบ้านที่มีความยาวมาก ๆ ความแข็งแรงขอบรั้วจะน้อยลง ดังนั้น เวลาที่เตรียมโครงสร้างใต้ดินของรั้ว ควรจะปรึกษาวิศวกร เพื่อสำรวจที่ดินแนวรั้วก่อน
-ไม่ควรก่อกำแพงชิดกับตัวบ้าน
ควรเว้นระยะระหว่างรั้วกำแพงกับตัวบ้าน อย่างน้อยประมาณ 0.80 เมตร หากน้อยกว่านี้เราจะไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดได้ทำให้เกิดเป็นซอกมุมอับหรือสะสมสิ่งสกปรกได้
-ระยะห่างของรั้วเหล็กโปร่งสาหรับบ้านที่เลี้ยงสุนัข
บางบ้านที่เลี้ยงสุนัข ไม่อยากให้สุนัขลอดรั้วหนีออกไปข้างนอกจึงควรสร้างรั้วเหล็กโปร่งให้มีแนวเหล็กถี่ขึ้นโดยเฉพาะช่วงล่างของรั้ว ให้แต่ละช่วงเว้นช่องประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นลูกสุนัขก็ควรจะถี่กว่านี้
-ประตูรั้วบ้านควรเปิดเข้าในบ้านอย่างเปิดออกถนนใหญ่
ประตูรั้วหน้าบ้านไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ควรเปิดเข้าในบ้านเสมอ อย่าเปิดออกนอกถนนใหญ่ เพราะการเปิดเข้าทำให้เกิดความรู้สึกเชื้อเชิญยินดีต้อนรับและที่สำคัญคือปลอดภัยกับรถบนถนนที่วิ่งผ่านไปผ่านมาไม่ให้มาชนประตูของบ้านเรา
-การต่อเติมรั้วบ้าน
หากมีการต่อเติมขยายความยาวของรั้วบ้าน ต้องอย่าลืมว่าโครงสร้างรั้วเก่ากับรั้วใหม่แตกต่างกัน รั้วเก่าการทรุดของเข็มอยู่ตัวแล้วส่วนรั้วใหม่แม้ว่าจะตอกเสาเข็มให้ลึกเท่ากันก็ตาม แต่ก็ยังมีการทรุดตัวของเข็มอยู่ ดังนั้น อย่าทำโครงสร้างเชื่อมติดกัน ควรแยกโครงสร้างโดยเด็ดขาด
-กำแพงหรือรั้วที่ติดถนนใหญ่และติดริมแม่น้ำ
เนื่องจากพื้นที่บริเวณถนนใหญ่หรือทางสาธารณะ มักจะมีการสัญจรของยานพาหนะค่อนข้างมาก การรับน้ำหนักของผิวจราจรจึงสูงกว่าปกติ ฉะนั้นหากเรามีรั้วบ้านอยู่ติดกับถนนใหญ่ ต้องเพิ่มความยาวของเสาเข็มที่ตอกอีกประมาณ 1-2 เท่า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับรั้วบ้าน และกันการสั่นสะเทือนจากผิวจราจร ส่วนรั้วที่ติดริมแม่น้ำก็เช่นกัน ควรจะเพิ่มขนาดความยาวของเสาเข็มอีกด้วย เพราะลักษณะของดินริมแม่น้ำมีความอ่อนตัวและยุบตัวค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีคลื่นที่จะมากระทบเข้ากับฐานของกำแพงริมน้ำได้อีกด้วย
ดังนั้นการสร้างบ้านเราควรที่จะสร้างกำแพงหลังจากตัวบ้านเสร็จ ถึงจะมีความเหมาะและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายของตัวกำแพง
สุดท้ายขอแนะนำ อิฐมวลเบา BlokCo  ที่เหมาะแก่การนำไปก่อผนังบ้านอย่างมาก เพราะผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ ทำมาจาก ทราย ซีเมนต์ และฟองอากาศมากประมาณ 65% ทำให้ตัวบล็อกน้ำหนักเบา  มีขนาดที่ได้มาตรฐาน เพราะผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพ มีการควบคุมการผลิตจากวิศวกร ทำให้ขนาดของอิฐมวลเบาเท่ากันทุกก้อนทำให้ผู้ใช้งานนำไปก่อผนังทำได้ง่าย ไม่ต้องตัดแต่งเยอะ ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ที่โรงงานผลิตของเรา ซึ่งมีอยู่  2 ที่ ดังนี้
1.โรงงานผลิตอิฐมวลเบา ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางง่าย สะดวก มีพนักงานให้บริการอย่างดี
2.ที่ตั้งโรงงานอยู่บนถนนเส้นรอบเมือง ตรงข้าม Big C อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ สังเกตได้ง่าย   เดินทางสะดวก


วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

การผลิตอิฐมวลเบาชนิดไม่อบไอน้ำ (Cellular Lightweight Concrete :CLC)


วีดีโอสาธิตการผลิตอิฐมวลเบา


วัสดุที่ใช้ทำ  

เป็นส่วนผสมของ ทราย ซีเมนต์  มีฟองอากาศมากประมาณ 65% ทำให้เบา(ลอยน้ำได้)  ความเบาก็จะทำให้ประหยัดโครงสร้าง เป็นฉนวนความร้อน ค่าการต้านทานความร้อนดีกว่าคอนกรีตบล็อก 4 เท่า ดีกว่าอิฐมอญ 6-8 เท่าไม่สะสมความร้อน ไม่ติดไฟ   ทนไฟ 1,100 องศาได้นาน 4 ชม. กันเสียงได้ดี เมื่อฉาบจะแตกร้าวน้อยกว่าก่ออิฐฉาบปูน เนื่องจากตัวบล็อกกับปูนฉาบมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกัน

วัสดุ อุปกรณ์
1. ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ธรรมดา (Ordinary Portland cement)
2. น้ำสะอาดไม่มีสิ่งเจือปน น้ำจะทำหน้าที่เข้าผสมกับปูนซีเมนต์และทำปฏิกิริยาเคมีแล้วเกิดความร้อนที่เรียกว่า Heat of hydration ทำให้ผงซีเมนต์นั้นกลายเป็นวุ้นเกิดความเหลว สามารถเทและกระทุ้ง หรือเขย่าแบบหล่อให้เป็นรูปร่างต่างๆได้ และทำให้ซีเมนต์เหนียวซึ่งเป็นตัวประสานผิวระหว่างเม็ดของวัสดุผสม เกาะยึดกันแน่นเมื่อแข็งตัว
3. ทรายละเอียด
4.โฟมมอร์ต้า
5. เครื่องปั่นฟองอากาศขนาด 1 ลบ.ม.
6. เครื่องตัดอิฐ 
7. แบบเหล็ก
8. อุปกรณ์ที่ใช้ในการเทโฟมมอร์ต้า

ขั้นตอนการทำอิฐมวลเบา ชนิดไม่อบไอน้ำ (Cellular Lightweight Concrete : CLC) 
         นำวัสดุที่เตรียมไว้มาร่อนด้วยตะแกรงคัดขนาด เอาส่วนหยาบออก ให้เหลือแต่ส่วนละเอียด
         นำวัสดุคลุกเคล้าส่วนผสมให้สม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกัน
         นำวัสดุแต่ละชนิดที่เตรียมไว้ ทยอยเทลงในเครื่องจากนั้น เติมน้ำแปรรูปพิเศษลงไปคลุกเคล้าเป็นลำดับสุดท้าย คลุกเคล้าต่อไปกระทั่งส่วนผสมรวมกันเป็นเนื้อเดียวดีแล้ว
         วัสดุผสมที่ได้ก็พร้อมนำไปอัดรูป เป็นอิฐตามขนาดที่ต้องการก่อน
         นำไปอัดพิมพ์ควรสังเกตด้วยว่าส่วนผสมนั้น มีความชื้นพอเหมาะดีหรือไม่ หากแห้งเกินไป เมื่ออัดพิมพ์แล้วอาจแตกร้าวได้
         กรอกส่วนผสมลงแม่พิมพ์ให้มากพอทยอยกรอกส่วนผสมลงแม่พิมพ์ พร้อมๆกับใช้มืออัดส่วนผสมให้แน่น และให้ส่วนผสมนั้นพูนล้นแม่พิมพ์เล็กน้อย จึงอัดพิมพ์ เพื่อให้ได้มวลอิฐที่แน่น ไม่แตกร้าว
         หลังจากถอดแบบพิมพ์ ให้ผึ่งลมทิ้งไว้ ประมาณ 3 วัน อิฐมวลเบาที่ได้จะแห้งสนิทสามารถนำไปใช้งานได้

อิฐมวลเบา BlokCo ใช้กระบวนการผลิตอิฐมวลเบาไม่อบไอน้ำ หรื CLC  จึงทำให้คุณสมบัติดีกว่า อิฐมวลเบาที่อบไอน้ำจะดูดซึมน้ำเข้าตัวอิฐมวลเบามากกว่า จึงเป็นข้อเสียของอิฐมวลเบาชนิดนี้ ส่งผลให้อิฐมวลเบา BLokCo ที่ถูกพัฒนาให้ออกมาดีกว่าแบบเดิม ซึ่งมีโรงานผลิตอิฐมวลเบาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

ใช้อิฐมวลเบาทดแทนอิฐมอญ อิฐบล็อก

ภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้ส่งอานิสงส์ให้ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างทุกประเภทเติบโตโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาหรืออิฐมวลเบา ซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านวัสดุก่อสร้าง ที่มีอัตราการเติบโตสูง ภายหลังจากผู้ประกอบการไทยได้นำเข้ามาผลิต  เมื่อเปรียบเทียบกับอิฐมอญซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างดั้งเดิม ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน มีการใช้และเป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนาน ขณะที่อิฐมวลเบามีการใช้มานานในต่างประเทศแต่ยังเป็นวัสดุก่อสร้าง แบบใหม่ในประเทศไทย คือ อิฐมวลเบา BlokCo ซึ่งมีการผลิตและจำหน่ายที่โรงงานผลิตของเรา
1.โรงงานผลิตอิฐมวลเบา ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางง่าย สะดวก มีพนักงานให้บริการอย่างดี
2.ที่ตั้งโรงงานอยู่บนถนนเส้นรอบเมือง ตรงข้าม Big C อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ สังเกตได้ง่าย   เดินทางสะดวก

ปัจจุบันอิฐมวลเบาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการก่อสร้างและเป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้บริโภค ในด้านคุณสมบัติที่โดดเด่น จึงมีการเปลี่ยนมาใช้อิฐมวลเบาทดแทนอิฐมอญหรืออิฐบล็อกมากขึ้น 

คุณสมบัติเด่นอิฐมวลเบา
อิฐมวลเบาเป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตชนิดใหม่ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติได้แก่ ปูนซิเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทราย  น้ำ และสารกระจายฟองอากาศส่วนผสมพิเศษในอัตราส่วนที่เป็นสูตรเฉพาะตัว  ผลิตภัณฑ์คอนกรีตมวลเบาเป็นวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ที่มุ่งเน้นให้เกิด ประโยชน์สูงสุดจากการนำไปใช้งานทุกด้าน ด้วยคุณสมบัติพิเศษ คือ ตัววัสดุมีน้ำหนักเบา ขนาดก้อนได้มาตรฐานเท่ากันทุกก้อน ทนไฟ ป้องกันความร้อน  ป้องกันเสียง ตัดแต่งเข้ารูปง่าย ใช้งานได้เกือบ 100% ไม่มีเศษเป็นอิฐหัก และที่สำคัญคือรวดเร็ว สะอาด ลดระยะเวลาในการก่อสร้างและลดต้นทุนโครงสร้าง
ตลาดอิฐในประเทศสามารถแบ่งออกเป็น ตลาดอิฐมอญและอิฐบล็อกประมาณร้อยละ 90 ของอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด และอีกร้อยละ 10 เป็นอิฐมวลเบา จากการเติบโตของภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และคุณสมบัติที่โดดเด่น ของตัวผลิตภัณฑ์รวมทั้งการได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการใน วงการก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ตลาดอิฐมวลเบามีโอกาส เติบโตและเพิ่มสัดส่วนการใช้แทนอิฐมอญมากขึ้น
อิฐมวลเบาจึงเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมและเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปทดแทนอิฐมอญ อิฐบล็อก ประกอบกับสภาพธุรกิจก่อสร้างยังเอื้อประโยชน์ต่อการเติบโตยังมีความต้องการจากในงานก่อสร้างอาคารสูง เช่น คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล และบ้าน ที่อยู่อาศัย และด้วยคุณสมบัติที่พิเศษไม่ว่าจะในเรื่องของด้านน้ำหนักเบา  ลดระยะเวลาในการก่อสร้างและลดต้นทุนโครงสร้าง

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ปัญหาบ้านไม่ตรงกับแบบ ควรทำอย่างไร ?

         หากคุณคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องในหน้าที่ จรรยาบรรณ ความซื่อสัตย์ หรือความสามารถไม่เหมือนกับแบบที่ตกลงกันได้  ที่ไม่อาจตกลงกันอีกต่อไปแล้ว และคุณก็ไม่รู้จักจะหันหน้าไปพึ่งใครขอแนะนำให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ร้องทุกข์หรือขอคาปรึกษาจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นขั้นตอนแรกที่งายที่สุด ไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
2. หากขั้นตอนแรกไม่เป็นที่พอใจ หรือหาข้อยุติไม่ได้ ก็ทาเอกสารเป็นทางการร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (..) หรือคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (..) กระทรวงมหาดไทย
3. หากยังตกลงกันไม่ได้ หรือยังไม่เป็นที่พอใจก็ฟ้องศาลยุติธรรม



ตัวอย่างคำถามปัญหาที่เกิดขึ้น จากกระดาน ถามตอบ จากศาลยุติธรรม
ผู้รับเหมาสร้างบ้านทำงานไม่ตรงตามแบบ

คำถาม :
ถ้าผมกำลังสร้างบ้านในหมู่บ้านโครงการใหญ่ โดยมีผู้รับเหมาที่ทางโครงการหมู่บ้านจัดหาให้ แต่ปรากฏว่างานออกมาไม่ตรงตามแบบ ผมสามารถร้องเรียน เพื่อแก้ไขกับใครได้บ้าง และจะต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเองหรือไม่ 
คำตอบ:จากศาลยุติธรรม
การจ้างปลูกสร้างบ้าน เป็นการจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯ ไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็สามารถบังคับกันได้ และในกรณีผู้รับเหมารับจ้าง สร้างบ้านโดยตรงกับเจ้าของบ้าน ถ้าสร้างไม่ตรงตามแบบแปลน ถือว่าคุณเป็นผู้บริโภค ผู้รับเหมาเป็นผู้ประกอบการ คุณมาสามาถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือคุณสามารถฟ้องให้ผู้รับเหมาปฏิบัติตามสัญญาจ้างได้ โดยคุณไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและมีเจ้าพนักงานคดีประจำศาลคอยอำนวยความสะดวกช่วยเหลือในการจัดทำคำฟ้องและการดำเนินคดี ค่าเสียหายที่เกิดจากการสร้างไม่ตรงตามแบบ  ถ้าไม่ใช่ความผิดของเจ้าของบ้าน(เช่น เจ้าของบ้านให้แก้ไข) ผู้รับสร้างบ้านต้องจ่ายเอง ในกรณีเป็นหมู่บ้านจัดสรร ผู้รับเหมาอาจผิดกฎหมายอื่นๆอีก เช่นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน กฎหมายที่ดินเป็นต้น

         ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากการสร้างบ้านวางแผนงานมาอย่างดี และจ้างผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ สิงสำคัญอย่างคือ การเลือกวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างควรเลือกวัสดุที่มีคุณภาพแข็งแรง จึงขอแนะนำ อิฐมวลเบา BlokCo ที่ได้นำวัสดุที่ได้คุณภาพ จนได้อิฐมวลเบา ที่สามารถกันไฟได้ แข็งแรงมั่นคง สามารถใช้ปูนธรรมดาก่อฉาบได้ โดยเรามีโรงานผลิตอิฐมวลเบาอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.hbaan.com/blokco.html


ความต้องการขั้นพื้นฐานของการสร้างบ้าน

บ้านเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ให้ความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัย เป็นศูนย์รวมของสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การที่เราจะสร้างสักหนึ่งหลังเราก็ต้องดูความต้องการของคนในบ้าน เพื่อให้สมาชิกภายในครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
สิ่งเริ่มต้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกบ้านหลังใดหลังหนึ่ง นั่นก็คือ การรู้ถึงความต้องการเบื้องต้นก่อนว่า บ้านที่ต้องการนั้นจะเป็นลักษณะใด ขนาดของตัวบ้าน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ สิ่งประกอบอื่น ๆ ต้องการอย่างไร ทั้งนี้จะพิจารณาได้จากจำนวนสมาชิกในครอบครัว กิจกรรมความเป็นอยู่ส่วนตัว เช่น จำนวนสมาชิกในครอบครัวประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก 2 คน จำนวนห้องนอนของบ้าน ก็ควรจะเป็น 2 หรือ 3 ห้อง เป็นต้น หรือถ้าในครอบครัวจำเป็นต้องมีคนรับใช้ ห้องพักคนรับใช้ ก็เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของครอบครัวนี้ด้วย

กิจกรรมของครอบครัว ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงความต้องการพื้นฐาน เช่น ถ้าครอบครัวมักมีการสังสรรค์ที่บ้านบ่อยครั้ง ครอบครัวนั้นอาจต้องการบ้านที่มีห้องอาหาร หรือครัวกว้างขวาง หรือต้องการเฉลียงสำหรับจัดเลี้ยงได้สะดวก เหล่านี้เป็นข้อพิจารณาเบื้องต้น ก่อนที่จะพิจารณาถึงเรื่องอื่น ๆ ต่อไป คนจำนวนมากมักประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น จำนวนห้องไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิก หรือบ้านที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสมกับกิจกรรมของครอบครัว เป็นต้น ถ้าได้มีการพิจารณาถึงความต้องการก่อนที่จะมีบ้านแล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไป  
เมื่อรู้ความต้องการพื้นฐานของครอบครัวแล้ว เราก็วางแผนในการสร้างบ้านต่อ การเลือกวัสดุก่อสร้างที่นำมาสร้างบ้านก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องใส่ใจ จึงขอแนะนำวัสดุที่ก่อผนังบ้านที่ได้คุณภาพ อิฐมวลเบา BlokCo  ดีกว่าอิฐบล็อกและอิฐมอญ เพราะคอนกรีตมวลเบาจะกันเสียงได้ดีกว่าอิฐมอญประมาณ 20%  ลดการสะท้อนของเสียงได้ดีกว่าเนื่องจากอิฐมวล BlokCo ชนิดไม่อบไอน้ำ (Cellular Lightweight Concrete : CLC) มีน้ำหนักเบา มีฟองอากาศเป็นจำนวนมากอยู่ภายในทำให้ดูดซับ เสียงได้ดี จึงเหมาะสำหรับบ้านสมัยใหม่ ที่รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีโรงงานผลิตอิฐมวลและจัดจำหน่ายที่ ตัวอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ มีบริการจัดส่งถึงที่

รายละเอียดเพิ่มเติม:http://www.hbaan.com/blokco.html